4 เทคนิค การออกแบบป้ายไฟหน้าร้าน ให้ปัง!!

1. มี “คีย์เวิร์ด” หลัก

ก่อนจะเป็นป้ายไฟนั้น ควรมีคีย์เวิร์ดที่จดจำง่าย โดยวิเคราะห์จากสินค้าหรือบริการของเรา และไม่ควรที่จะยาวเกินไป 

2. เน้นความแตกต่างแต่เข้าใจง่าย

2.1 การออกแบบป้ายไฟต้องเรียบง่ายและชัดเจน เพราะภาพกราฟฟิกจะเป็นตัวช่วยในการสื่อสารที่ดีที่สุด และจะช่วยให้คนจดจำร้านของเราได้มากขึ้น

2.2 การเลือกใช้สีให้เหมาะสม คือ เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจของเรา เพราะสีจะเป็นส่วนช่วยในการจดจำ และแยกแยะความแตกต่างของแต่ละธุรกิจอีกด้วย

2.3  การเลือกฟอนต์ ควรเป็นฟอนต์ที่อ่านง่าย ดูสนุนสนาน ลายเส้นไม่ซับซ้อนเกินไป และไม่ควรเกิน 3 ฟอนต์ขึ้นไป

2.4  การจัดวาง Lay OUT หรือองค์ประกอบต้องเข้าใจง่าย การออกแบบแบรนด์ควรวางสิ่งที่เราต้องการสื่อให้ตรงจุดตัด 9 ช่อง จะช่วยให้ภาพนั้นดูน่าสนใจ

จะเห็นว่ามีจุดตัดเกิดขึ้น 4 จุด เหมาะสำหรับวางวัตถุ ส่วนพื้นที่เหลือก็หาพร็อพเล็ก ๆ ที่เข้ากับสินค้า ช่วยส่งเสริมคาแร็กเตอร์สินค้าให้เด่น

จะเห็นได้ว่า ส่วนพื้นที่เหลือก็หาพร็อพเล็ก ๆ ที่เข้ากับสินค้า ช่วยส่งเสริมคาแร็กเตอร์สินค้าให้เด่น

3. ขนาดของป้าย

การเลือกใช้ป้ายไฟ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับงานของเราเพื่อตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด เช่น 

  • โฆษณาตามริมถนนหรือหน้าร้าน ควรเป็นป้ายไฟขนาดใหญ่ เพราะให้สะดุดตาต่อผู้คนที่พบเห็น 
  • โฆษณาร้านอาหารตอนกลางคืน ควรเป็นป้ายไฟที่มีความคมชัดและขนาดเหมาะสมกับธุรกิจของเรา

4. การเลือกใช้วัสดุในการทำป้ายไฟส่งผลต่อภาพลักษณ์ของร้าน

เคยไหม… เห็นร้านคนอื่นลูกค้าเต็มร้าน ทั้งที่สินค้าหรือบริการก็เหมือนกัน ในยุคนี้ถ้าร้านค้าของเราไม่โดดเด่น ไม่สะดุดตา ลูกค้าไม่รู้ว่าเราขายอะไร ใครมันจะไปเข้า อยากได้เงินแสน เงินล้านมันก็ต้องลงทุนหน่อย เลือกใช้ป้ายไฟให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา โดยเราสามารถเลือกได้เลยอยากได้ร้านของเราออกมาแบบไหน

4.1 กล่องไฟ Lightbox

4.2 ป้ายไฟ `Backlit Slim LightBox

4.3 ป้ายไฟ Super Slim Lightbox

4.4 ป้ายไฟวิ่ง LED Light Display

4.5 ป้ายไฟอักษร

4.6 Neon Flex

ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องป้ายไฟ ไม่รู้จะออกแบบไหนดี ปรึกษา #PrinceDigital สิค่ะ ให้เราได้ดูแลคุณ ปรึกษาฟรี

จำนวนผู้เข้าเว็บไซต์

web counter